Ceramic Coating by The Matter

The Matter เป็นบริษัทที่ก่อตั้งมาจากความตั้งใจและความรักในการดูแลและใส่ใจรถและคนดูแลรถทุกท่าน ผ่านทางร้าน Wash A Matter และจากประสบการณ์มากกว่า 7 ปีในการดูแลรถ ทำให้เรามีนโยบายที่ชัดเจนในการจัดหา ผลิตภัณฑ์เคลือบสีและดูแลสีรถ ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก มีผู้ใช้พิสูจน์และ Review จากทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่ง Ceramic Coating (เคลือบแก้ว, เคลือบเซรามิค) เป็นหนึ่งในที่สุดของการดูแลสีรถ ซึ่งทาง Wash A Matter ได้คัดสรรค์ผลิตภัณฑ์ระดับ Premium มาไว้บริการคุณลูกค้าทุกท่านอย่าง Opti-Coat USA ที่จัดว่าเป็นเคลือบเซรามิค ที่ผลิตจากสารประกอบ Silicon Carbide ที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเคลือบแก้วทั่วๆไปอย่างแน่นอน แต่ก่อนอื่นเรามารู้จักกับคำว่า

Glass Coating/เคลือบแก้ว คือ …..

นั่นสินะ “เคลือบแก้วคืออะไร” คงเป็นคำถามที่อยู่ในใจ หลายๆท่านหรือแม้กระทั่งผู้ให้บริการ Carcare หลายร้านเองก็คงยังคงสงสัย ทาง Wash A Matter ก็คงไม่ขอกล่าวว่าข้อมูลใครถูกใครผิด แต่เอาเป็นว่ามารู้จักคำว่า เคลือบแก้ว (Glass Coating), เคลือบเซรามิค (Ceramic Coating) ตามสไตล์ Wash A Matter ละกัน เริ่มจากคำว่า การเคลือบ หรือ Coating หมายถึง การฉาบผิว การห่อหุ้ม

แก้ว คือ เป็นวัสดุที่เกิดจากการหลอมส่วนผสมของสารอนินทรีย์ที่อุณหภูมิสูงเข้าด้วยกัน เมื่อส่วนประกอบต่างๆ เกิดการหลอมจนเป็นน้ำแก้วที่อยู่ในสถานะของเหลวจะถูกนำไปผ่านกระบวนการขึ้นรูปและทำให้เย็นตัวลงอย่างรวดเร็วเป็นผลให้อะตอมหรือโมเลกุลของแก้วไม่มีเวลาจัดเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบทำให้โครงสร้าง ( ดังภาพด้านซ้ายมือ )

Screen Shot 2016-06-02 at 17.40.35

ซึ่งแก้วก็มีการพัฒนาเรื่อยๆมา อาทิ แก้วเซรามิคซึ่งโดยทั่วไปนั้นทำจาก ซิลิคอนไดออกไซด์ (SiO2-silicon dioxide หรือชื่อเล่นของมันก็ที่เรารู้จักกันก็ “ซิลิก้า”) ซึ่งก็อาจอยู่ในรูปของสารประกอบทางเคมีใน แร่ควอตซ์(quartz) หรือในรูป polycrystalline   (ดังรูปทางบนขวา ) ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการจัดเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบกว่าและโครงสร้างโมเลกุลจับตัวกันแน่นกว่าทำให้มีความแข็งแรงและยึดเกาะที่สูงกว่าเป็นผลให้แก้วเซรามิค มีความคงทนมากกว่าแก้วทั่วๆไปนั่นเอง ซึ่งบางครั้งในการผลิตแก้วน้ำ, แก้วไวท์, แก้วชนิดต่างๆ ให้มีคุณภาพที่แตกต่างหรือสูงขึ้น ในกระบวนการผลิตอาจมีการเติมวัตถุดิบอื่น ๆ ลงไป เพื่อช่วยปรับคุณสมบัติของแก้ว เช่น เติมตะกั่ว (จากวัตถุดิบเช่น ลิธาจ;Litharge) และกลายเป็น PbO เพื่อให้แก้วหนักขึ้น และได้เนื้อแก้วยืดหยุ่นเหนียวและแวววาว ซึ่งเรียกโดยทั่วไปว่า “แก้วคริสตัล”

Screen Shot 2016-06-02 at 16.20.44

ตัวอย่าง โครงสร้างพันธะ ของ Quartz

Screen Shot 2016-06-02 at 16.19.28

หลังจากได้รู้จักกับความหมายของคำว่า เคลือบ และคำว่า แก้ว แล้วเราคงพอสรุปได้ว่า เคลือบแก้ว นั้นจริงๆ แล้วก็คือ การนำสารเคมีที่ใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตแก้วอย่าง ซิลิก้า มาใช้เคลือบผิวรถบนชั้นแลคเกอร์ หรือ Clearcoat นั่นเองเพื่อให้ได้คุณสมบัติความแข็งของ Quartz รวมถึงทนเคมีทนความร้อน  และส่วนพวกเคลือบคริสตัล ทั้งหลายก็อาศัยผสมสารต่างๆ ( เช่น ตะกั่ว, ลิธาจ ) เหล่านี้เพิ่มเข้าไปเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็น crytal coating นั่นเอง  ( ผมขอพักคำว่า Glass Coating ไว้เท่านี้ก่อนแล้วเดี๋ยวจะมาเล่าต่อว่า ดียังไง ต่างจากเคลือบเซรามิคอย่างไร )

เคลือบเซรามิค Ceramic Coating คืออะไร

หลายๆท่านคงสงสัย คำว่าเคลือบเซรามิคคืออะไร บางคนก็ว่าใหม่กว่า บ้างก็ว่าเหมือนกับเคลือบแก้วแหละแต่คนขายมันเอามาพูดหลอกกันเฉยๆ !!!! OK ครับผมขอไม่คอมเม้นและไม่ยุ่งเกี่ยวกับความคิดเห็นทั้งหลายเหล่านี้ละกันนะครับ ในมุมที่ผมจะนำเสนอวันนี้ล้วนเป็นข้อมูลที่ผม ค้นคว้าหาข้อมูล รวมถึงถามผู้รู้มา ก็ต้องบอกว่าผมคงไม่บอกว่าข้อมูลใครถูกสุดผิดสุดละกันนะครับ

เริ่มเลยละกัน ก่อนอื่นเราคงต้องมารู้จักกับนิยามของคำว่า เซรามิค กันก่อน!!! เซรามิค คือ วัสดุอนินทรีย์ ( Inorganic Materials ) ซึ่งประกอบด้วยธาตุโลหะและอโลหะมารวมตัวกัน และมีการจับตัวกันด้วยพันธะไอออนิก/โควาเลนต์ ซึ่งมีคุณสมบัติ ความแข็งสูง จุดหลอมเหลวสูง และมักนำไฟฟ้าได้ไม่ดี หรือบางครั้งไม่นำไฟฟ้า

ประเภทของเซรามิค แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1.เซรามิคดั้งเดิม ( Traditional Ceramics ) อาทิเช่น ดินเหนียว (Clay), ซิลิก้า ( SiO2), เฟล์ดสปาร์ (Feldspar-แร่ฟันม้า)

2.เซรามิคทางวิศวกรรม ( Engineering Ceramics/Advance Ceramics ) อาทิ เช่น Al2O3 (อลูมิเนียมอ๊อกไซด์), SiC ( ซิลิกอน คาร์บายด์), Si3N4 (ซิลิกอนไนตริก)

 ซึ่งคุณสมบัติของเซรามิคชนิดต่างๆไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม เซรามิคดั้งเดิม หรือเซรามิคทางวิศวกรรม ก็ล้วนมีคุณสมบัติเฉพาะ อาทิ เช่น

  • Silicon nitride(Si3N4): สมบัติดีทั้งด้านการทน ความร้อน ความแข็งและความแกร่ง ใช้ทํา อุปกรณ์ตัด ลูกกล้ิงแบบลดแรงเสียดทาน บอลแบริ่ง อุปกรณ์หัวจุด ชิ้นส่วนเครื่องยนต์
  • Silica (SiO2) : ทนต่อความร้อนได้ปานกลาง แข็ง เปราะ ทนต่อการสึกกร่อน ทนต่อ Creep ได้ดี
  • Silicon Carbide : ทนความร้อนสูงมาก ความแข็งสูง เฉื่อยต่อ ปฏิกิริยาเคมีและทนความคืบสูงมักใช้ในงานเคมี หัวฉีด งานทนต่อการสึก กร่อน งานทนต่อความร้อน (และความคืบ) เช่น เครื่องยนต์ที่รับแรงเสียดทานความร้อนสูง, ยานอวกาศ, หรือแม้กระทั่งเพชรสังเคราะห์ ( โมซาไนท์ )
Screen Shot 2016-06-02 at 17.22.40

ตารางทดสอบความแข็งตามแบบ Approximate Knoop Hardness

ซึ่งจะเห็นได้ว่า คำว่า เซรามิคนั้นจัดว่าเป็น กลุ่มๆ หนึ่งทางเคมีที่มีสมาชิกในกลุ่มค่อนข้างกว้าง ดังที่เราจะเห็นว่าในชีวิตประจำวันเจอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเซรามิกเต็มไปหมด ไม่ว่า จะเป็น จานเซรามิค กระถางต้นไม้เซรามิค ( ผลิตจากดินเหนียว Clay ), แก้วเซรามิค ( SiO2 ) เป็นต้น

คราวนี้หลังจากเรารู้จักกับคำว่า เซรามิค คืออะไรกันแล้วเมื่อลองนำความหมายมานิยามกับคำว่า เคลือบเซรามิค ก็คงจะหมายความได้ว่า การนำสารประกอบในกลุ่มเซรามิค ที่มีโครงสร้างทางโมเลกุลที่แข็งแรง ( Free of Carbon oxygen หรือ Carbon hydrogen Linkages) มาเป็นส่วนผสมในการเคลือบสีรถบนชั้นแลคเกอร์เพื่อให้ชั้นเคลือบผิวสีรถมีคุณสมบัติของสารประกอบในกลุ่มเซรามิคที่ใช้ ซึ่งต้องบอกว่าในสารประกอบที่ผู้ผลิตยี่ห้อต่างๆ เลือกใช้ก็มีปริมาณและส่วนผสมของสารตั้งต้นหลักที่แตกต่างกัน ซึ่งจะแปรผันกับคุณสมบัติและคุณภาพของเคลือบเซรามิคที่ใช้ด้วย เช่น บางยี่ห้อใช้ SiO2 , บางยี่ห้อใช้ SiC (เท่าที่เห็นในตลาดตอนนี้ก็แบรนด์ Opti-Coat USA )  ถึงจะเป็นเคลือบเซรามิคเหมือนกันแต่ก็จะมีคุณสมบัติที่ต่างกัน อาทิ ความแข็งที่แตกต่างกัน การทนเคมี ทนรอยขีดข่วน ทนความร้อนก็จะต่างกันออกไปนั่นเอง

สุดท้ายนี้ หากมองในมุมผู้บริโภคก็ไม่เห็นความสำคัญแต่อย่างใดที่จะต้องสนใจกับแค่คำเรียก หรือคำกล่าวอ้างของผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ Coating บนรถของตน แต่ควรจะศึกษาว่า น้ำยาที่คาร์แคร์จะลงบนรถเรานั้น มีคนอื่นเขาใช้กันรึยัง มีรีวิว จากผู้ใช้หรือมืออาชีพ จากทั่วโลกหรือไม่ และจากรีวิวเหล่านั้นอายุการใช้งาน ความสวยงาม ดั่งที่ตนเองหวังไว้หรือไม่ หากครบตรงตามสเปคที่ต้องการก็จัดได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเคลือบแก้ว หรือเคลือบเซรามิค

เคลือบแก้วกับเคลือบเซรามิค เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

หลังจากเราเข้าใจกันอย่างดีแล้วว่า เคลือบแก้วคืออะไร เคลือบเซรามิคคืออะไร ผมขอสรุปเป็นแนวภาษาชาวบ้านให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่า เคลือบแก้วที่ผลิตด้วย SiO2 (ซิลิก้า) สามารถใช้คำว่าเคลือบเซรามิคได้ไม่ผิดเนื่องจาก SiO2 จัดเป็นสารประกอบที่อยู่ในกลุ่มของ Ceramic ดั้งเดิม ( Traditional Ceramics )

แต่หากถามว่าเคลือบเซรามิคกับเคลือบแก้วเหมือนกันหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่” ด้วยเหตุผลว่าผลิตภัณฑ์เคลือบเซรามิคมิได้มีแค่เพียงที่ผลิตจาก SiO2 (ซิลิก้า) เพียงเท่านั้นยังมีผลิตภัณฑ์เคลือบเซรามิกที่ใช้ในอีกหลายๆวงการ อาทิเช่น เคลือบเซรามิคหลังคาเพื่อลดความร้อนอาคาร, เคลือบเซรามิคท่อไอเสียป้องกันความร้อน, หรือแม้กระทั่งการเคลือบเซรามิคกับสีรถยนต์เองก็ยังมีจากที่ผลิตจาก SiC (ซิลิกอน คาร์บาย) ที่คุณสมบัติที่ต่างออกไปจาก SiO2 ( ซิลิก้า ) อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นความแข็งที่ห่างกันอย่างมาก การเรียงตัวของโมเลกุลที่เป็นระเบียบและจับตัวกันแน่นกว่า การทนความร้อน การเฉื่อยต่อปฏิกิริยาเคมี และคุณสมบัติอีกหลายประการที่ต่างกัน

จึงสรุปได้อย่างชัดเจนว่า “เคลือบเซรามิค ไม่เหมือนกับเคลือบแก้ว แต่เคลือบแก้วจัดเป็นเคลือบเซรามิคชนิดหนึ่ง” แต่หากเคลือบแก้วที่ผลิตจาก SiO2 เหมือนๆกันแต่จะบอกว่าเป็นเคลือบเซรามิคและดีกว่าเคลือบแก้วอันนี้ก็คงไม่ถูกนักเพราะเคลือบแก้ว ( ที่ผลิตจาก SiO2 ) ล้วนสามารถเรียกตัวเองว่าเคลือบเซรามิคได้เช่นกัน

Reference คุณสมบัติ SiC ( ซิลิกอน คาร์บาย ) = http://www.netfisic.eu/en/netfisic-for-all/netfisic-.html

เคลือบเซรามิค ดีอย่างไร

คงมีหลายๆท่านเคยได้ยินสรรพคุณ ข้อดีต่างๆของเคลือบเซรามิค จนเคลือบเซรามิคกลายเป็นส่ิงวิเศษราวกับเป็นนวัตกรรมจากโลกอนาคต อาทิ เช่น กันรอยขีดข่วน 100%, กันสะเก็ดหิน 100%, เงาใสตลอดชีพ, กันฝุ่น, กันขี้นก ได้สบายทิ้งไว้เลยเป็นอาทิตย์ๆ ก็ไม่เป็นไร เป็นต้น คงต้องบอกว่า เคลือบเซรามิคที่ทางเรา Wash A Matter รู้จักและศึกษามาทั้งจากข้อมูลในไทยและต่างประเทศ ยังไม่เห็นเคลือบเซรามิค หรือ Ceramic Coating, Crytal Coating ใดในโลกมีคุณสมบัติดังกล่าว แต่จริงๆแล้ว เคลือบเซรามิค คือสิ่งที่มาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนที่มีเวลาดูแลรถน้อย รวมถึงต้องการให้รถของท่านได้รับการดูแลที่ดีที่สุด โดยคุณสมบัติของเคลือบเซรามิคทาง Wash A Matter ขอสรุปโดยมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้

  • เงาและใส เหมือนลง Wax ตลอดและทนนานอย่างน้อย 1-7 ปี ( ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้และคุณสมบัติของสารประกอบของผลิตภัณฑ์)
  • ป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีขึ้นจากเดิม 2-4 เท่า ด้วย 2 คุณลักษณะเด่น คือ เพิ่มความแข็ง ( Quartz =7H, SiC = 9H Mohs scale ) และลดค่าแรงเสียดทานบนผิวรถ
  • กันขี้นก, ยางไม้ได้ดี  ด้วยชั้น Ceramic ที่เพิ่มขึ้นเหนือชั้นแลคเกอร์ทำให้ ขี้นกที่มีความเป็นกรดสูง ต้องใช้เวลานานขึ้นในการกัดกร่อนรวมถึงปกป้องชั้นแลคเกอร์ให้ปลอดภัย
  • ป้องกันการยึดติดของ คราบยางมะตอย, โคลนคาบต่างๆ โดยทำให้สามารถเช็ดออกได้โดยง่ายดาย
  • ป้องกัน UV และทนทานต่อสารเคมีที่จะมาทำลายผิวรถ
  • เพิ่มคุณสมบัติ Self Cleaning ( ทำความสะอาดตัวเอง) ให้กับผิวรถทำให้ฝุ่นหรือคาบสกปรกเกาะติดยากและทำความสะอาดออกโดยง่าย
  • เพิ่มความลื่น เนียนและมีผิวที่ยืดหยุ่นสุงขึ้น

ก็คงต้องบอกว่าคุณสมบัติจริงๆแล้วอาจจะไม่ได้เว่อและดูเป็นเทคโนโลยีจากต่างดาวมากนัก แต่การเคลือบเซรามิคสามารถป้องกันและลดโอกาสการสูญเสียความงามจากตัวรถที่คุณรักได้ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย หรือแม้กระทั่งคาบต่างๆ ทำให้การดูแลรถของท่านง่ายขึ้นโดยไม่ต้องไปเสียเวลาขัดสี เคลือบสีบ่อยๆ และถ้าหากอยากเพิ่มความเงาก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบสีเคลือบทับไปได้อีกตามต้องการ

 

บทความโดย : Torpong Opti-Coat Thailand

Refferent : ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Dr.David Ghudussi จาก Optimum polymer Technologies USA ,ขอบคุณข้อมูลภาควิชา Engineering Materials ( วัสดุในงานวิศวกรรม ), ขอบคุณเพื่อนๆ นักวิทยาศาสตร์จาก คณะวิทยาฯ ศิลปากร, ขอบคุณร้านคาร์แคร์ Wash A Matter,ขอบคุณเว็บไซร์ http://www.twi-global.com/technical-knowledge/faqs/material-faqs/faq-how-are-glass-ceramics-and-glass-ceramics-defined, และขอบคุณภาพประกอบและข้อมูลมากมายจาก google จำเว็บไม่ได้จริงๆ